อัลกุรอ่านคือคัมภีร์เล่มเดียว ที่เชิญชวนให้เราเชื่อด้วยกับสติปัญญาและเหตุผล ที่ไม่มีในคัมภีร์ใดๆ
อ่านเพิ่มเติมหัวข้อนี้กล่าวถึงลักษณะการท้าทายของอัลกุรอานในด้านภาษา ความไพเราะ ความหมาย และเนื้อหาที่มีความโดดเด่นแตกต่างจากข้อความทั่วไป อีกทั้งยังอธิบายถึงลักษณะเฉพาะของวิวรณ์แห่งอัลกุรอานในฐานะสารจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในด้านแหล่งที่มา เนื้อหา และบทบาทในการชี้นำมนุษย์ รวมถึงการสร้างคุณค่าทางจริยธรรมและความรู้.
อ่านเพิ่มเติมหัวข้อนี้กล่าวถึงการรักษาและการปกป้องอัลกุรอานตลอดช่วงเวลาต่าง ๆ ผ่านการถ่ายทอด การท่องจำ และการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสำคัญของอัลกุรอานในฐานะคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นแหล่งแห่งทางนำ หลักคำสอน และคุณค่าทางจิตวิญญาณและศีลธรรม.
อ่านเพิ่มเติมคัมภีร์ก่อนหน้านี้ได้ถูกบิดเบือนและยกเลิกไปแล้ว แต่อัลกุรอ่านเป็นวิวรห์สุดท้ายที่ยังคงอยู่ และจะถูกรักษาตลอดไป
อ่านเพิ่มเติมศาสนาที่บอกให้ทุกคนศึกษา โดยที่มันไม่ได้ขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ และเป็นสิ่งที่บอกมานานแล้ว และมีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในภายหลัง
อ่านเพิ่มเติมหนึ่งในปาฏิหารย์ คือคนทั่วโลก สามารถท่องจำอัลกุรอ่านได้ทั้งเล่ม กว่าหกร้อยหน้า และอัลลอฮ์ทรงยุติธรรมเสมอ
อ่านเพิ่มเติมอัลกุรอานไม่ได้เรียกร้องให้มนุษย์ศรัทธาโดยปราศจากการใช้ความคิด ตรงกันข้าม พระองค์ทรงเชื้อเชิญให้มนุษย์สังเกต ใคร่ครวญ และพิจารณาอยู่เสมอ ในหลายโองการ อัลกุรอานชี้ให้มนุษย์มองไปยังท้องฟ้า แผ่นดิน ตัวของมนุษย์เอง และการสลับกันของกลางวันและกลางคืน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าอิสลามสนับสนุนการพินิจพิจารณาจักรวาล เพื่อเป็นหนทางในการรู้จักความยิ่งใหญ่ของพระผู้สร้าง แต่อัลกุรอานไม่ได้มุ่งเพียงให้สะสมความรู้เท่านั้น หากยังเชิญชวนให้เกิดการใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง ซึ่งนำไปสู่ศรัทธา ด้วยเหตุนี้ จึงเชื่อมโยงการพิจารณาสิ่งถูกสร้างกับการเพิ่มพูนความมั่นใจในอัลลอฮ์ ในอิสลาม ไม่มีความขัดแย้งระหว่างการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ที่ซื่อสัตย์กับศรัทธา เพราะทั้งจักรวาลและวิวรณ์ล้วนมาจากพระผู้สร้างองค์เดียวกัน การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องทุกครั้ง ย่อมช่วยให้มนุษย์เข้าใจกฎเกณฑ์แห่งการสร้างสรรค์ของอัลลอฮ์มากขึ้น และไม่ขัดแย้งกับวิวรณ์ การใคร่ครวญทางวิทยาศาสตร์ในอัลกุรอานจึงไม่ใช่เป้าหมายในตัวเอง แต่เป็นหนทางสู่การรู้จักความจริงและการขอบคุณอัลลอฮ์ต่อความโปรดปรานของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ มุสลิมจึงใช้ทั้งเหตุผลและการชี้นำจากวิวรณ์ เพื่อเข้าใจเป้าหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ และเมื่อการใคร่ครวญนำพามนุษย์ไปรู้จักและเทิดทูนอัลลอฮ์ การใคร่ครวญนั้นก็กลายเป็นการอิบาดะฮ์รูปแบบหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติมวิดีโอนี้นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับอัลกุรอาน และชวนผู้ชมพิจารณาความจริงด้วยเหตุผลและการไตร่ตรอง พร้อมเปิดมุมมองเกี่ยวกับจักรวาล ชีวิต และการค้นหาคำตอบของมนุษย์
อ่านเพิ่มเติมและ (จงรำลึกเถิด) วันที่ผู้อธรรมจะกัดมือของเขาแล้วกล่าวว่า โอ้ ถ้าฉันได้ยึดหนทางร่วมกับเราะซูลก็จะเป็นการดี โอ้ความวิบัติแก่ฉัน หากฉันไม่คบคนนั้นเป็นเพื่อน แน่นอน เขาได้ทำให้ฉันหลงผิดจากข้อตักเตือน หลังจากที่มันได้มีมายังฉัน และชัยฏอนนั้น ย่อมเป็นผู้เหยียดหยามมนุษย์เสมอ
อ่านเพิ่มเติมโอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าได้เอาชาวยิวและชาวคริสต์มาเป็นมิตร บางส่วนของพวกเขาคือมิตรของอีกบางส่วน และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเอาพวกเขามาเป็นมิตร แน่นอนผู้นั้นก็เป็นคนหนึ่งในพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงชี้นำกลุ่มชนที่อธรรม
อ่านเพิ่มเติมและบรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวว่า “หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์จริง พวกเราคงไม่เคารพสักการะผู้ใด นอกจากพระองค์ ทั้งพวกเราเองและบรรพบุรุษของพวกเรา และพวกเราคงไม่บัญญัติห้ามสิ่งใด อื่นจากที่พระองค์(ได้ทรงบัญญัติห้ามไว้)” ในทำนองนั้นแหละ บรรดาผู้มาก่อนหน้าพวกเขาได้กระทำ ดังนั้น บรรดาศาสนทูตมีหน้าที่เพียงแต่การประกาศอันชัดแจ้งเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติมและพวกเขากล่าวว่า “หัวใจของเราอยู่ในที่ปิดกั้นเป็นชั้น ๆ (จึงไม่สามารถเข้าใจ) จากสิ่งที่พวกเจ้าเชิญชวนเราสู่สิ่งนั้น และในหูของเรามีการหนวก และมีสิ่งกีดขวางระหว่างเรากับเจ้า ดังนั้น จงดำเนินต่อไป (ตามทางของพวกเจ้า) แท้จริงเราก็จะดำเนินต่อไป (ตามทางของเรา)!”
อ่านเพิ่มเติม