อิสลามได้ให้เกียรติอย่างเต็มที่แก่สมาชิกทุก คนในครอบครัว ไม่ว่าเขาจะเป็นชายหรือหญิง อิสลามได้กำหนดให้คนที่เป็นพ่อแม่มีภาระหน้าที่สำคัญในการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ ของเขา ท่านศาสนทูต (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้กล่าวว่า “ทุกๆ คนในหมู่พวกท่านนั้นถือเป็นผู้ปกครอง และทุกๆ คนในหมู่พวกท่านก็ต้องถูกสอบสวนในการปกครองดูแลของเขา ดังนั้นผู้นำก็คือผู้ปกครองผู้คน ซึ่งก็จะต้องถูกสอบสวนในการดำเนินการปกครอง ผู้ชาย (สามี) ก็มีหน้าที่ปกครองครอบครัวของตน ซึ่งก็ต้องถูกสอบสวนเกี่ยวกับครอบครัวของตน ผู้หญิง (ภรรยา) ก็มีหน้าที่ปกครองดูแลบ้านของสามีรวมทั้งลูกๆ ของเขา ซึ่งก็จะถูกสอบสวนเกี่ยวกับพวกเขา ทาสก็เป็นผู้ปกครองดูแลทรัพย์ของนาย พึงทราบไว้ด้วยว่า ทุกๆ คนเป็นผู้ปกครองดูแล และทุกคนก็ต้องถูกสอบสวนในหน้าที่ของตน” (อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 853) อิสลามได้ห้ามการใช้คำพูดหรือการกระทำที่ล่วงเกินบิดามารดา ถึงแม้เพียงแค่การเอ่ยถ้อยคำหรือน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจต่อท่านทั้งสอง
อ่านเพิ่มเติมอัลลอฮฺได้เรียกคัมภีร์เล่มสุดท้ายของพระองค์ว่า “อัลกุรอาน” เป็นการบ่งชี้ว่ามันจะถูกอ่านและถูกปกปักรักษาไว้ในหัวใจ และพระองค์ก็ยังได้เรียกอัลกุรอานในหลายต่อหลายโองการว่า “อัล-กิตาบ” เป็นการบ่งชี้ว่าอัลกุรอานได้มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ซึ่งทำให้อัลกุรอานถูกปกปักรักษาในสองลักษณะนี้ไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น เมื่อมีโองการใดก็ตามถูกประทานลงมายังท่านศาสนทูต ก็จะมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อหน้าท่าน และจะถูกท่องจำด้วยการถ่ายทอดจากปากของท่าน และไม่ว่าพยานที่เป็นบรรดานักท่องจำจะมากมายกี่คนก็ตาม ย่อมไม่เป็นที่ยอมรับจนกว่ามันจะสอดคล้องกับสิ่งที่ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรจะไม่เป็นที่ยอมรับ หากมันไม่ตรงกับสิ่งที่ถูกท่องจำมาจากปากของท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ
อ่านเพิ่มเติมอัลกุรอาน คือคัมภีร์ที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวมุสลิม ซึ่งถือเป็นพระดำรัสของอัลลอฮฺที่ประทานลงมายังศาสนทูตมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) เพื่อเป็นแนวทางและแสงสว่างแก่มนุษย์ อัลกุรอานได้รับการปกป้องจากการดัดแปลงและบิดเบือน ซึ่งทำให้มันวิเศษและอมตะ การประทานอัลกุรอานเริ่มต้นขึ้นเมื่อท่านศาสนทูตมีอายุครบ 40 ปี โดยเริ่มด้วยโองการแรกที่สั่งให้ “จงอ่าน ด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า” หลังจากนั้นอัลกุรอานก็ถูกประทานลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 23 ปี ตามเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ อัลกุรอานแบ่งออกเป็น 114 บท (สูเราะฮฺ) ที่เต็มไปด้วยเนื้อหาที่หลากหลายและมีความสละสลวยในภาษาอาหรับ มันเป็นคู่มือที่ชี้แนะแนวทางให้ผู้คนเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว
อ่านเพิ่มเติมอิสลามได้ปลูกฝังให้มีความกตัญญูและให้เกียรติต่อบิดามารดา ดูแลเอาใจใส่ และเชื่อฟังคำสั่งสอนของพวกเขาจนกระทั่งเสียชีวิต ดังนั้น แม้ว่าคนเป็นลูกได้เติบโต ก็ยังจำเป็นต้องให้เกียรติและทำดีต่อบิดามารดาของเขา ซึ่งอัลลอฮฺได้นำความกตัญญูมาระบุใกล้ๆ กับการเคารพภักดีต่อพระองค์ และห้ามการใช้คำพูดหรือการกระทำที่ล่วงเกินท่านทั้งสอง แม้เพียงแค่การเอ่ยถ้อยคำหรือน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจต่อท่านทั้งสอง อัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอานว่า “และพระเจ้าของเจ้าบัญชาว่า พวกเจ้าอย่าเคารพภักดีผู้ใดนอกจากพระองค์เท่านั้น และจงทำดีต่อบิดามารดา เมื่อผู้ใดผู้หนึ่งหรือทั้งสองคนบรรลุสู่วัยชราอยู่กับเจ้า ดังนั้นอย่ากล่าวแก่ท่านทั้งสองว่า อุฟ (คำที่แสดงความไม่พอใจ) และอย่าขู่เข็ญท่านทั้งสอง และจงพูดแก่ท่านทั้งสองด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยน” (บทอัล-อิสรออ์ โองการที่ 23)”
อ่านเพิ่มเติมหมายถึง การที่คนๆ หนึ่งมีสัมพันธไมตรีและทำดีต่อเครือญาติทั้งฝั่งบิดาและมารดา ซึ่งการทำเช่นนั้นถือเป็นการงานที่สร้างความใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ และเป็นการน้อมรับเชื่อฟังที่ยิ่งใหญ่ต่อพระองค์ อิสลามห้ามไม่ให้ตัดสัมพันธ์กับพวกเขา หรือทำไม่ดีต่อพวกเขา ซึ่งการกระทำเช่นนั้นถือเป็นการกระทำที่เป็นบาปใหญ่ ท่านศาสนทูต (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้กล่าวว่า “คนที่ตัดสัมพันธไมตรีกับเครือญาติจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์” (มุสลิม หมายเลข 2556)
อ่านเพิ่มเติมอิสลามได้กำหนดให้คนที่เป็นพ่อแม่มีภาระหน้าที่สำคัญในการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ ของเขา ท่านศาสนทูต (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้กล่าวว่า “ทุกๆ คนในหมู่พวกท่านนั้นถือเป็นผู้ปกครอง และทุกๆ คนในหมู่พวกท่านก็ต้องถูกสอบสวนในการปกครองดูแลของเขา ดังนั้นผู้นำก็คือผู้ปกครองผู้คน ซึ่งก็จะต้องถูกสอบสวนในการดำเนินการปกครอง ผู้ชาย (สามี) ก็มีหน้าที่ปกครองครอบครัวของตน ซึ่งก็ต้องถูกสอบสวนเกี่ยวกับครอบครัวของตน ผู้หญิง (ภรรยา) ก็มีหน้าที่ปกครองดูแลบ้านของสามีรวมทั้งลูกๆ ของเขา ซึ่งก็จะถูกสอบสวนเกี่ยวกับพวกเขา ทาสก็เป็นผู้ปกครองดูแลทรัพย์ของนาย พึงทราบไว้ด้วยว่า ทุกๆ คนเป็นผู้ปกครองดูแล และทุกคนก็ต้องถูกสอบสวนในหน้าที่ของตน” (อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 853) อิสลามได้ห้ามการใช้คำพูดหรือการกระทำที่ล่วงเกินบิดามารดา ถึงแม้เพียงแค่การเอ่ยถ้อยคำหรือน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจต่อท่านทั้งสอง
อ่านเพิ่มเติม