แท้จริงพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า คือ อัลลอฮ์ ผู้ได้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินในเวลาหกวัน แล้วพระองค์ทรงประทับบนบัลลังก์ ทรงบริหารกิจการ ไม่มีผู้ใดจะไถ่แทน (โทษ) ได้ เว้นแต่หลังจากอนุมัติของพระองค์ นั่นคืออัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของพวกเจ้า พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อพระองค์เถิด พวกเจ้ามิได้ใคร่ครวญกันดอกหรือ?
read moreมันไม่เหมือนกันระหว่างผู้ศรัทธาที่นั่งอยู่กับที่ (ที่ไม่มีส่วนร่วมในการต่อสู้) เว้นแต่ผู้ที่อ่อนแอ กับบรรดาผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ด้วยทรัพย์สินและชีวิตของพวกเขา อัลลอฮ์ทรงเชิดชูบรรดาผู้ที่ต่อสู้และเสียสละด้วยทรัพย์สินของพวกเขาและชีวิตของพวกเขาเหนือกว่าบรรดาผู้ที่นั่งอยู่กับที่นั้นหนึ่งขั้น และทั้งหมดนั้น (ทั้งสองกลุ่ม) อัลลอฮ์ได้ทรงสัญญาไว้ว่าจะให้การตอบแทนอันดีงาม แต่อัลลอฮ์ทรงเชิดชูบรรดาผู้ที่ต่อสู้เหนือกว่าบรรดาผู้ที่นั่งอยู่กับที่ ด้วยการตอบแทนอันใหญ่หลวง
read moreบรรดามลาอิกะฮ์และอัลรูฮ์ (ญิบรีล) จะลงมาในคืนนั้น โดยอนุมัติแห่งพระผู้อภิบาลของพวกเขา เนื่องจากกิจการทุกสิ่ง คืนนั้นมีความศานติจนกระทั่งรุ่งอรุณ
read moreมุฮัมหมัดเป็นเราะซูลของอัลลอฮ์ และบรรดาผู้ที่อยู่กับเขานั้นแข็งกร้าวต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา เป็นผู้ที่อ่อนโยนระหว่างพวกเขากันเอง เจ้าจะเห็นพวกเขาเป็นผู้โค้งรุกู๊วะและกราบสุญูด เพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ และความพอพระทัยจากพระองค์ สัญลักษณ์ของพวกเขาอยู่บนใบหน้าของพวกเขาที่เป็นผลจากการสุญูด (คือการละหมาด) นั่นคือลักษณะของพวกเขาที่มีอยู่ในคัมภีร์เตารอต และลักษณะของพวกเขาที่มีอยู่ในคัมภีร์อินญีล นั้นประหนึ่งเมล็ดพืชที่งอกหน่อของมันออกมา แล้วทำให้มันแข็งแรง และมันก็เติบใหญ่และทรงตัวอยู่ได้บนลำต้นของมัน สร้างความพอใจให้แก่ผู้หว่าน เพื่อที่พระองค์ (คือ อัลลอฮ์) จะได้ทำให้พวกปฏิเสธศรัทธาโกรธเคืองพวกพวกเขา (เนื่องด้วยความเจริญของเหล่าผู้ศรัทธา) และอัลลอฮ์ได้ทรงสัญญาแก่บรรดาผู้ศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลายในหมู่พวกเขา ซึ่งการอภัยโทษและการตอบแทนอันใหญ่หลวง
read moreความรวยไม่ใช่ความเลว: หลายคนมีอคติว่า “คนรวยคือคนเลว” หรือความรวยคือการหลงใหลในโลกดุนยา (ทางโลก) แต่แท้จริงแล้ว ทรัพย์สินเป็นสิ่งกลางๆ จะดีหรือเลวขึ้นอยู่กับว่าเราได้มันมาด้วยวิธีใด และนำไปใช้ทำอะไร
read moreจากใจของมุสลิมใหม่แด่ทุกคน ในการตามหาสัจธรรม และลงมือปฏิบัติมันอย่างถูกต้องด้วยการศึกษาอย่างบริสุทธิ์ใจ
read moreเมื่อน้อมรับอิสลามแล้ว ค่อยๆศึกษาและเรียนรู้ และปฏิบัติตามความสามารถที่ทำได้และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ
read moreหนึ่งในพระนามของพระองค์ คือ อัส สลาม ความว่า ผู้ทรงสันติ นั่นคือ ผู้ทรงสมบูรณ์พร้อม ปราศจากข้อบกพร่องทั้งมวล และให้เกิดความสันติและความสมบูรณ์พร้อม
read moreหนึ่งในพระนามของพระองค์ คือ อัล อะฟู ความว่า ผู้ทรงให้อภัย นั่นคือ การลบล้างบาปให้แก่บ่าวของพระองค์ ตราบใดที่บ่าวของพระองค์วอนขอต่อพระองค์อย่างแน่วแน่ และพระองค์ทรงให้อภัยโดยที่ไม่หลงเหลือบาปนั้นอีก
read moreหนึ่งในพระนามของพระองค์ คือ อัร เราะหีม ความว่า ผู้ทรงเมตตายิ่ง นั่นคือ ความเมตตาที่เฉพาะเจาะจง เฉพาะตัว สำหรับบรดาผู้ศรัทธา เป็นความเมตตาที่ไม่เหมือนใคร
read moreหนึ่งในพระนามของพระองค์ คือ อัร เราะห์มาน ความว่า ผู้ทรงกรุณาปราณี นั่นคือ ความกรุณา ความเมตตาที่กว้างขวางที่มีต่อทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเช่นไร พวกเราจะได้รับมัน เช่น ดินที่อาศัย น้ำที่ใช่ดื่ม อากาศที่ใช้หายใจ เป็นต้น เพื่อพวกเขาจะได้ใคร่ครวญ
read moreในช่วงเวลาหนึ่ง มนุษย์อาจรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวกำลังก้าวไปข้างหน้า ยกเว้นตัวเขาเอง ชีวิตภายนอกดูเหมือนเต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ แต่ภายในกลับว่างเปล่า ราวกับมีบางสิ่งที่ขาดหายไปโดยไม่สามารถอธิบายได้ ความรู้สึกนี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้ ในอิสลาม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากภายนอกหรือจากสภาพแวดล้อม แต่เริ่มจากภายใน จากช่วงเวลาที่เราซื่อสัตย์กับตัวเอง เมื่อคนหนึ่งบอกกับตัวเองว่า “ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น” ช่วงเวลาที่เรียบง่ายนี้อาจเป็นก้าวแรกของการเดินทางที่ลึกซึ้ง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว
read more