แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีสำหรับพวกเขานั้นคือสวนสวรรค์ชั้นฟิรเดาสฺ เป็นที่พำนัก พวกเขาพำนักอย่างถาวรอยู่ในนั้น พวกเขาไม่ประสงค์จะเปลี่ยนที่จากมัน
อ่านเพิ่มเติมและหากปรากฏว่าพวกเจ้าอยู่ในความแคลงใจใด ๆ จากสิ่งที่ เราได้ลงมาแก่บ่าวของเราแล้ว ก็จงนำมาสักซูเราะฮฺหนึ่งเยี่ยงสิ่งนั้น และจงเชิญชวนผู้ที่อยู่ในหมู่พวกเจ้าอื่นนอกจากอัลลอฮฺ หากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริง แต่พวกเจ้าก็ยังมิได้ทำ และจะไม่กระทำตลอดไปแล้ว ก็จงระวังไฟนรก ซึ่งเชื้อเพลิงของมันนั้นคือ มนุษย์ และ หิน โดยที่มันได้ถูกเตรียมไว้ สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
อ่านเพิ่มเติมบทเรียนอันลึกซึ้งจากอัลกุรอาน “الحج 26-27” (อัล-ฮัจญ์ 26-27) เผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ของการสร้างสรรค์มนุษย์อย่างน่าอัศจรรย์ใจ โดยเน้นย้ำถึงจุดกำเนิดอันอ่อนน้อมถ่อมตนของเราจาก “ดินแห้ง” (صلصال) และ “ดินดำเป็นคม” (حمأ مسنون) ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมดาที่ถูกหล่อหลอมด้วยพระประสงค์อันสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า บ่งบอกถึงฤทธานุภาพอันไร้ขีดจำกัดของอัลลอฮ์ ผู้ทรงบันดาลให้สิ่งไม่มีชีวิตแปรเปลี่ยนมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกนึกคิด ข้อความนี้เชิญชวนให้เราใคร่ครวญถึงที่มาของเรา ตระหนักถึงความเมตตาและปัญญาอันล้ำลึกที่อยู่เบื้องหลังการดำรงอยู่ของทุกสรรพสิ่ง และน้อมรับความถ่อมตนต่อพระผู้สร้าง ผู้ทรงประทานลมหายใจและสติปัญญาให้แก่มนุษยชาติ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์และบทบาทของเราในฐานะผู้ถูกสร้างอย่างสมบูรณ์แบบที่ได้รับเกียรติ.
อ่านเพิ่มเติมพวกโรมันถูกพิชิตแล้ว ในดินแดนอันใกล้นี้ แต่หลังจากการปราชัยของพวกเขาแล้วพวกเขาจะได้รับชัยชนะ ในเวลาไม่กี่ปีต่อมา พระบัญชาเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ทั้งก่อนและหลัง (ชัยชนะ) และวันนั้นบรรดาผู้ศรัทธาจะดีใจ
อ่านเพิ่มเติมอัลมาอิดะฮ์ โองการที่ 67 คือคำสั่งอันศักดิ์สิทธิ์จากอัลลอฮฺถึงท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ให้ประกาศสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่ท่านอย่างสมบูรณ์และครบถ้วน โดยไม่บิดพลิ้วหรือปกปิดสิ่งใดเลย เน้นย้ำถึงความสำคัญสูงสุดของการเผยแพร่สาสน์แห่งสัจธรรมอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะหากท่านมิได้ปฏิบัติ หน้าที่การประกาศสาสน์ของพระองค์ก็จะไม่บรรลุผลสำเร็จ โองการนี้ยังมอบการรับรองอันยิ่งใหญ่ว่าอัลลอฮฺจะทรงคุ้มครองท่านนบี ให้พ้นจากภยันตรายของมนุษย์ทั้งปวง เพื่อให้ท่านทำหน้าที่ได้อย่างปราศจากความกังวล เป็นการสร้างความมั่นใจและแรงขับเคลื่อนให้ผู้แบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่แห่งศาสนา ปิดท้ายด้วยการยืนยันว่า แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงนำทางผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาไปสู่ความสำเร็จ โองการนี้จึงเป็นดุจประภาคารแห่งความกล้าหาญ การพึ่งพิงอัลลอฮฺ และการยืนหยัดในสัจธรรมอันบริสุทธิ์
อ่านเพิ่มเติมหรือซูเราะห์อันนูร โองการที่ 2-4 นี้ เป็นบทบัญญัติอันทรงความหมายยิ่งในศาสนาอิสลาม, กล่าวถึงผู้ที่กล่าวหาหญิงบริสุทธิ์ว่ากระทำผิด แต่ไม่สามารถนำพยานสี่คนมายืนยันได้จริง. พวกเขาเหล่านั้นต้องถูกลงโทษด้วยการโบยแปดสิบที และที่สำคัญ การเป็นพยานของพวกเขาจะไม่ถูกยอมรับอีกต่อไปตลอดกาล. บทบัญญัตินี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอิสลามในการปกป้องเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของบุคคลจากคำกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริง. เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและความสงบสุขในสังคม เน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักฐานอันหนักแน่นในการดำรงชีวิตร่วมกัน.
อ่านเพิ่มเติมในซูเราะห์ยูซุฟ อายะห์ที่ 47-49 อัลกุรอานได้เผยถึงภูมิปัญญาอันล้ำค่าของนบียูซุฟ (อ.ล.) ที่ทรงชี้นำผู้คนให้เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตอันใกล้ โดยทรงสั่งให้เพาะปลูกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเจ็ดปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ และให้เก็บเกี่ยวผลผลิตส่วนใหญ่ไว้ในรวงของมันเอง เพื่อรักษามันให้คงสภาพที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุด โดยบริโภคเพียงส่วนน้อยเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ บทเรียนอันลึกซึ้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด และการเตรียมความพร้อมสำหรับภาวะที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและคุณค่าของการพึ่งพาอัลลอฮ์ในการดำเนินชีวิต
อ่านเพิ่มเติมดังนั้น สำหรับบรรดาผู้ที่มีทุกข์ก็จะอยู่ในนรก สำหรับพวกเขาที่อยู่ในนั้นคือ การถอนหายใจและการสะอื้น พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล ตราบเท่าที่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินยืนยงเว้นแต่ที่พระเจ้าของเจ้าทรงประสงค์ แท้จริงพระเจ้าของเจ้าเป็นผู้กระทำโดยเด็ดขาดตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และสำหรับบรรดาผู้เป็นสุขก็จะอยู่ในสวนสวรรค์ พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลตราบเท่าที่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินยืนยง เว้นแต่ที่พระเจ้าของของเจ้า ทรงประสงค์ เป็นการประทานให้โดยปราศจากการตัดทอน
อ่านเพิ่มเติม[46.29] และจงรำลึกเมื่อเราได้ให้ญินจำนวนหนึ่งมุ่งไปยังเจ้า เพื่อฟังอัลกุรอาน ครั้นเมื่อพวกเขามาปรากฏตัวต่อหน้าอัลกุรอาน พวกเขากล่าวว่า จงนิ่งฟังซิ เมื่อ (การอ่าน) จบลงแล้ว พวกเขาก็หันกลับไปยังหมู่ชนของพวกเขา เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตักเตือน
อ่านเพิ่มเติมและขอสาบานว่า แน่นอนเราได้สร้างมนุษย์มาจากธาตุแท้ของดิน แล้วเราทำให้เขาเป็นเชื้ออสุจิ อยู่ในที่พักอันมั่นคง (คือมดลูก) แล้วเราได้ทำให้เชื้ออสุจิกลายเป็นก้อนเลือดแล้วเราได้ทำให้ก้อนเลือดกลายเป็นก้อนเนื้อแล้วเราได้ทำให้ก้อนเนื้อกลายเป็นกระดูก แล้วเราหุ้มกระดูกนั้นด้วยเนื้อ แล้วเราได้เป่าวิญญาณให้เขากลายเป็นอีกรูปร่างหนึ่ง ดังนั้นอัลลอฮฺทรงจำเริญยิ่ง ผู้ทรงเลิศแห่งปวงผู้สร้าง
อ่านเพิ่มเติมบรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธาทั้งจากอะฮฺลุลกิตาบ และจากบรรดามุชริกนั้น ต่างไม่ชอบที่จะให้มีความดีใด ๆ จากพระเจ้าของพวกเจ้าถูกประทานลงมาแก่พวกเจ้าและอัลลอฮฺนั้นจะทรงเจาะจงความกรุณาของพระองค์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
อ่านเพิ่มเติมและพวกเขาจะถามเจ้า เกี่ยวกับวิญญาณ จงกล่าวเถิดว่า เรื่องวิญญาณนั้นเป็นไปตามพระบัญชาของพระเจ้าของฉัน และพวกท่านจะไม่ได้รับความรู้ใดๆ เว้นแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม