และหากพวกเจ้าโอนอ่อนมาเพื่อการประนีประนอมแล้ว เจ้าก็จงโอนอ่อนตามเพื่อการนั้นด้วย และจงมอบหมายแต่อัลลอฮฺเถิดแท้จริงนั้นพระองค์คือผู้ทรงได้ยินทรงรอบรู้
อ่านเพิ่มเติมและพวกเจ้าจงต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ ต่อบรรดาผู้ที่ทำร้ายพวกเจ้า และจงอย่ารุกราน แท้จริง อัลลอฮฺไม่ทรงชอบบรรดาผู้รุกราน
อ่านเพิ่มเติมผู้โต้เถียงทั้งสองฝ่ายนี้ต่างก็โต้เถียงกันเกี่ยวกับพระเจ้าของพวกเขา สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น มีอาภรณ์ที่ทำด้วยไฟถูกตัดไว้สำหรับพวกเขา น้ำร้อนเดือดจะถูกเทราดลงบนศรีษะของพวกเขา สิ่งที่อยู่ในท้องของพวกเขาและหนังจะถูกละลายด้วยน้ำร้อนเดือดนั้น และสำหรับพวกเขา จะถูกทุบด้วยฆ้อนเหล็ก ทุกครั้งที่พวกเขาต้องการจะออกไปจากนรกเนื่องจากความทุกข์ยาก พวกเขาก็ถูกให้กลับไปในนั้นอีก (มีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า) พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษที่มีไฟคุไหม้
อ่านเพิ่มเติมบรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้น ทำให้จิตใจสงบ
อ่านเพิ่มเติมลลอฮฺได้ทรงประทานคำกล่าวที่ดียิ่งลงมาเป็นคัมภีร์คล้องจองกันกล่าวซ้ำกัน ผิวหนังของบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้าของพวกเขาจะลุกชันขึ้น แล้วผิวหนังของพวกเขาและหัวใจของพวกเขาจะสงบลง เพื่อรำลึกถึงอัลลอฮฺ นั่นคือการชี้นำทางของอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงชี้นำทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงทาง ดังนั้นสำหรับเขาจะไม่มีผู้ชี้นำทาง
อ่านเพิ่มเติมแท้จริงเราได้เตือนพวกเจ้าแล้วถึงการลงโทษอันใกล้ วันที่มนุษย์จะมองไปยังสิ่งที่สองมือของเขาได้ประกอบไว้ และผู้ปฏิเสธศรัทธาจะกล่าวว่า โอ้ ถ้าฉันเป็นฝุ่นดินเสียก็จะดี
อ่านเพิ่มเติมค้นพบความอัศจรรย์แห่งอัลกุรอาน คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งยังคงไร้ข้อผิดพลาดและข้อขัดแย้ง แม้จะถูกประทานลงมากว่า 1,400 ปีแล้ว โดยได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างครบถ้วน คำต่อคำในภาษาอาหรับดั้งเดิม ต่างจากคัมภีร์อื่น ๆ ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง อัลกุรอานเป็นสุดยอดแห่งวาทศิลป์และความงดงาม ท้าทายมนุษย์ทุกคนให้สร้างสิ่งที่เทียบเท่าได้แต่ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จ แม้ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) จะเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ นอกจากนี้ยังบรรจุความจริงทางวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 ประการที่เพิ่งถูกค้นพบในยุคสมัยใหม่ ยืนยันถึงแหล่งที่มาอันศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่คัมภีร์ทางศาสนา แต่อัลกุรอานยังเป็นธรรมนูญสากลที่ครอบคลุมทุกด้านของชีวิต มอบคำแนะนำที่ละเอียดอ่อนสำหรับการสร้างสังคมที่ยุติธรรม พฤติกรรมที่ดีงาม และระบบเศรษฐกิจที่สมบูรณ์แบบ มันยังเป็นแหล่งบำบัดทางจิตวิญญาณและนำมาซึ่งความสงบสุขแก่หัวใจ ดังที่อัลลอฮ์ได้ตรัสไว้ว่า: “พึงทราบเถิดว่า ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์นั้น หัวใจย่อมสงบสุข” นี่คือสารสุดท้ายจากอัลลอฮ์สำหรับมนุษยชาติ ข้อความที่เรียบง่าย บริสุทธิ์ และเป็นสากล ที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อผู้ที่แสวงหาความจริงด้วยใจจริง
อ่านเพิ่มเติมคัมภีร์อัลกุรอานอันสูงส่งคือคำพูดของอัลลอฮ์ พระเจ้าผู้เป็นเจ้าของและผู้สร้างทุกสิ่งในโลก พระองค์ทรงประทานมันให้แก่นบีและศาสนทูตองค์สุดท้ายคือท่านนบีมูฮัมมัด (สันติสุขและพรจากอัลลอฮ์จงประทานแก่ท่าน) เพื่อชี้แจงให้มนุษย์เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการสร้างพวกเขา ให้แนวทางในการดำเนินชีวิตที่นำไปสู่ความสุขในโลกนี้และโลกหน้า และเพื่อช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากความทุกข์ทรมานชั่วนิรันดร์หลังความตาย คัมภีร์นี้คือหนังสือพระเจ้าฉบับสุดท้ายที่อัลลอฮ์ทรงประทานลงมา ยืนยันความถูกต้องของคัมภีร์ก่อนหน้าและยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่ในนั้น
อ่านเพิ่มเติมอัลกุรอาน อัลกุรอานคือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ซึ่งถือว่าเป็นพระดำรัสของพระเจ้า ศาสนาอิสลามตั้งอยู่บนรากฐานของคัมภีร์นี้โดยตรง คำว่า อัลกุรอาน หมายถึง “การท่องจำ” หรือ “การอ่านออกเสียง” คัมภีร์นี้รวบรวมสิ่งที่พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่ศาสดามูฮัมหมัด (ขอความสรรเสริญและสันติสุขจงมีแด่ท่าน) อัลกุรอานเป็นแสงสว่างชี้นำสำหรับชาวมุสลิมทั่วโลกมากว่าพันปี โดยช่วยให้ผู้ศรัทธานำชีวิตที่ดีและบริสุทธิ์ตามคำสั่งของพระเจ้า การปฏิบัติตามคำสั่งในอัลกุรอานจะนำไปสู่ความรอดพ้นและชีวิตที่สมบูรณ์แบบในโลกนี้และโลกหน้า
อ่านเพิ่มเติมอัลกุรอานไม่ได้เป็นเพียงเอกลักษณ์ในวิธีการนำเสนอเนื้อหา แต่ยังเป็นปาฏิหาริย์ที่มนุษย์ไม่สามารถเลียนแบบได้ ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ขอความสรรเสริญและสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้ท้าทายชาวอาหรับและมนุษยชาติใน 3 ขั้นตอน: 1. ทั้งเล่มของอัลกุรอาน พระเจ้าได้ท้าทายมวลมนุษย์และญินให้สร้างหนังสือที่เทียบเท่ากับอัลกุรอาน: “หากมนุษย์และญินทั้งหมดร่วมมือกัน พวกเขาก็ไม่สามารถทำได้” (17:88) 2. สิบบท พระเจ้าขอให้ผู้ปฏิเสธเลียนแบบเพียงสิบบท: “จงนำสิบบทที่ถูกแต่งขึ้นมา และจงเรียกคนอื่นมาช่วยเหลือ” (11:13) 3. หนึ่งบท สุดท้าย ขอให้สร้างบทเดียวที่เทียบได้ เช่น บทอัลเกาษัรซึ่งมีเพียงสามโองการ: “จงนำบทหนึ่งที่คล้ายคลึงกันมา หากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริง” (2:23) แม้ชาวอาหรับในยุคที่เก่งด้านวรรณกรรมจะพยายาม แต่ก็ไม่มีใครทำสำเร็จ ความพยายามหยุดอิสลามโดยการเลียนแบบอัลกุรอานนั้นล้มเหลว ทั้งด้านจังหวะและสัมผัสของคำพูดในอัลกุรอานยังคงไร้เทียมทาน ยืนยันว่ามันคือปาฏิหาริย์เหนือมนุษย์อย่างแท้จริง.
อ่านเพิ่มเติมอัลลอฮฺได้เรียกคัมภีร์เล่มสุดท้ายของพระองค์ว่า “อัลกุรอาน” เป็นการบ่งชี้ว่ามันจะถูกอ่านและถูกปกปักรักษาไว้ในหัวใจ และพระองค์ก็ยังได้เรียกอัลกุรอานในหลายต่อหลายโองการว่า “อัล-กิตาบ” เป็นการบ่งชี้ว่าอัลกุรอานได้มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ซึ่งทำให้อัลกุรอานถูกปกปักรักษาในสองลักษณะนี้ไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น เมื่อมีโองการใดก็ตามถูกประทานลงมายังท่านศาสนทูต ก็จะมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อหน้าท่าน และจะถูกท่องจำด้วยการถ่ายทอดจากปากของท่าน และไม่ว่าพยานที่เป็นบรรดานักท่องจำจะมากมายกี่คนก็ตาม ย่อมไม่เป็นที่ยอมรับจนกว่ามันจะสอดคล้องกับสิ่งที่ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรจะไม่เป็นที่ยอมรับ หากมันไม่ตรงกับสิ่งที่ถูกท่องจำมาจากปากของท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ
อ่านเพิ่มเติม“และหากพวกเจ้าจะนับความโปรดปรานของอัลลอฮ พวกเจ้าก็ไม่สามารถจะคำนวณมันได้” (ซูเราะห์อัลนะห์ล อายัตที่ 18) กี่มากแล้วความโปรดปรานที่ท่านได้รับ แต่ท่านกลับเมินเฉยต่อมัน ? พวกเรากำลังจมอยู่ในความโปรดปราน ขอพระองค์ทรงประทานความขอบคุณต่อพระองค์ให้แก่เรา
อ่านเพิ่มเติม