แท้จริงอัลลอฮ์ทรงบัญชาพวกเจ้าให้มอบคืนบรรดาของฝากให้แก่เจ้าของมัน และ (ทรงบัญชาพวกเจ้า) เมื่อพวกเจ้าตัดสินระหว่างมนุษย์ พวกเจ้าก็จงตัดสินด้วยความยุติธรรม แท้จริงอัลลอฮ์ทรงชี้นำพวกเจ้าด้วยคำสอนที่ดี แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น
read moreและเรามิได้ส่งเจ้ามา (โอ้ มุฮัมหมัด) เพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่สากลโลก
read moreและจงรำลึกเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) ขณะที่เราได้ทำพันธสัญญากับวงศ์วานของอิสรออีล (โดยกล่าวว่า) “จงอย่าเคารพสักการะต่อสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และจงทำความดีต่อบิดามารดา และญาติพี่น้อง เด็กกำพร้า และผู้ขัดสน และ จงกล่าวคำที่สุภาพแก่เพื่อนมนุษย์ และจงดำรงการละหมาดและจ่ายซะกาต” แล้วพวกเจ้าก็ผินหลังให้โดยไม่ไส่ใจ (พันธสัญญานั้น) เว้นแต่ส่วนน้อยของพวกเจ้าเท่านั้น และพวกเจ้าคือกลุ่มชนผู้ผินหลัง (ต่อพันธสัญญานั้น)
read moreบรรดาผู้แบกบัลลังก์ และผู้ที่อยู่รอบๆ บัลลังก์ ต่างก็แซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระผูัอภิบาลของพวกเขา และศรัทธาต่อพระองค์ และขออภัยโทษให้แก่บรรดาผู้ศรัทธา ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา พระองค์ทรงแผ่ความเมตตาและความรอบรู้ไปทั่วทุกสิ่ง ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยแก่บรรดาผู้ขอลุแก่โทษ และปฏิบัติตามแนวทางของพระองค์ และทรงคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรก
read more“และ (ขอพระองค์) ทรงกำหนดความดีให้แก่เราทั้งในโลกนี้และในปรโลก แท้จริง เราได้กลับมายังพระองค์แล้ว” พระองค์ตรัสว่า “การลงโทษของข้านั้น ข้าจะให้มันประสบแก่ผู้ที่ข้าประสงค์ และความเมตตาของข้านั้นครอบคลุมทุกสิ่ง ซึ่งข้าจะกำหนดมันให้แก่บรรดาผู้ที่ยำเกรงและชำระซะกาต และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อบรรดาโองการของเรา”
read moreคัมภีร์กุรอานเต็มไปด้วยคำสอนเกี่ยวกับความเมตตา ตัวอย่างเช่น อัลลอฮ์ตรัสในซูเราะห์อัล-อัมบียา (21:107): “เราไม่ได้ส่งเจ้า มูฮัมหมัด มา เว้นแต่จะเป็นความเมตตาของโลกทั้งหลาย” คำสอนนี้บอกเราว่าความเมตตาคือสะพานที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และพระเจ้าถูกทำให้บริสุทธิ์
read moreโอ้ บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงให้บรรดาผู้ที่อยู่ในการครอบครองของพวกเจ้า (ทาส) และบรรดาผู้ที่ยังไม่บรรลุศาสนภาวะในหมู่พวกเจ้า ขออนุญาตพวกเจ้าสามเวลาคือ ก่อนเวลาละหมาดฟัจญ์ริ และเวลาพวกเจ้าเปลื้องเสื้อผ้าในเวลากลางวัน และหลังจากเวลาละหมาดอิชาอ์ ทั้งสามนี้เป็นเวลาส่วนตัวสำหรับพวกเจ้า นอกเหนือจากเวลานี้แล้วมันไม่เป็นที่น่าตำหนิแก่พวกเจ้าและแก่พวกเขา เพราะพวกเขาวนเวียนรับใช้บางคนในหมู่พวกเจ้า เช่นนั้นแหละอัลลอฮ์ทรงชี้แจงโองการทั้งหลายให้เป็นที่ชัดแจ้งแก่พวกเจ้า และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณยิ่ง
read moreโอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าอย่าเข้าไปในบ้านใด อื่นจากบ้านของพวกเจ้า จนกว่าจะขออนุญาตและให้สลามแก่เจ้าของบ้านเสียก่อน เช่นนั้นแหละเป็นการดีสำหรับพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะใคร่ครวญ ดังนั้นหากพวกเจ้าไม่พบผู้ใดในบ้านนั้นก็อย่าเข้าไปจนกว่าจะได้รับอนุญาตแก่พวกเจ้า และเมื่อมีการกล่าวแก่พวกเจ้าว่า จงกลับไป ก็จงกลับไป มันบริสุทธิ์กว่าสำหรับพวกเจ้า และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
read moreและชีวิตในโลกนี้นั้นไม่มีอะไรนอกจากการเล่นและความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ปรโลกนั้นดียิ่งกว่าสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง พวกเจ้าไม่ใช้ปัญญาดอกหรือ? แท้จริงเรารู้ดีว่า สิ่งที่พวกเขาพูดนั้นทำให้เจ้าเสียใจ (ดังนั้นอย่าเสียใจเลย) เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้ปฏิเสธเจ้าดอก แต่บรรดาผู้อธรรมนั้นปฏิเสธต่อโองการของอัลลอฮ์ต่างหาก
read moreและเมื่อเด็กๆ ในหมู่พวกเจ้าบรรลุศาสนภาวะ ก็จงให้พวกเขาขออนุญาตเช่นเดียวกับบรรดาชนก่อนหน้าพวกเขาได้ขออนุญาต เช่นนั้นแหละ อัลลอฮ์ทรงชี้แจงโองการทั้งหลายของพระองค์ให้เป็นที่ชัดแจ้งแก่พวกเจ้า และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณยิ่ง
read moreโอ้มนุษย์เอ๋ย! แท้จริงสัญญาของอัลลอฮ์นั้นเป็นจริงเสมอ ดังนั้น อย่าให้การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ล่อลวงพวกเจ้า และอย่าให้การหลอกล่อ (ชัยฏอน) มาล่อลวงพวกเจ้าเกี่ยวกับอัลลอฮ์เป็นอันขาด แท้จริง ชัยฏอนนั้นสำหรับพวกเจ้าแล้วเป็นศัตรูกัน ดังนั้นจงถือมันเป็นศัตรู แท้จริงมันเรียกร้องพลพรรคของมัน เพื่อพวกมันจะได้เป็นสหายแห่งไฟนรก
read moreนั่นคือที่พำนักแห่งปรโลก เราได้เตรียมมันไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ไม่ปรารถนาหยิ่งผยองในแผ่นดินและไม่ก่อการเสียหาย และบั้นปลายที่ดีนั้นย่อมเป็นของบรรดาผู้ยำเกรง
read more